หน้าหลัก > เมืองไทย > พระคัมภีร์มอรมอน > พระคัมภีร์มอรมอนคื่ออะไรเล่า

พระคัมภีร์มอรมอนคืออะไรเล่า

พระคัมภีร์เล่มนี้เป็นบันทึกของครอบครัวหนึ่งที่พระเจ้าทรงนำออกมาจากกรุงเจรูซาเล็มไปยังทวีปอเมริกา ๒๖๐๐ ปีที่แล้ว บิดาชื่อลีไฮและท่านเป็นศาสดา ซึ่งหมายความว่าท่านเป็นตัวแทนที่ถูกเรียกของพระเจ้า ลีไฮได้รับการเปิดเผยว่ากรุงเจรูซาเล็มจะถูกทำลาย พระเจ้าเลยบัญชาท่านให้หนีไปจากเมืองนั้น บุตรชายคนหนึ่งชื่อนีไฟและท่านต่อเรือตามการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกท่านอพยพไปยังอเมริกา ที่นั่นพวกท่านสร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ พระคัมภีร์มอรมอนเป็นบันทึกของศาสดาในบรรดาพวกท่านเรื่องการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ ศาสดาท่านหนึ่งที่มีชื่อมอรมอนก็รวบรวมการเขียน การพยากรณ์ และการเปิดเผยของศาสดาเหล่านี้ให้เป็นพระคัมภีร์เล่มหนึ่งที่เราเรียกว่า พระคัมภีร์มอรมอน ศาสดามอรมอนเขียนบันทึกนี้บนแผ่นจารึกทองคำ

พระคัมภีร์เล่มนี้เป็นพันธสัญญาอีกเล่มหนึ่งของพระคริสต์ พันธสัญญาแรกคือพันธสัญญาเดิมในพระคริสตธรรมคัมภีร์ พันธสัญญาถัดไปคือพันธสัญญาใหม่ ทั้งสองเล่มนี้เป็นพยานว่าพระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่และทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระคัมภีร์มอรมอนเป็นพยานเช่นกัน จุดประสงค์ของพระคัมภีร์เล่มนี้คือชักชวนให้ทุกคนเชื่อว่าพระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระบิดาบนสวรรค์ ศาสดาท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า:-

และเราพูดถึงพระคริสต์ เราชื่นชมในพระคริสต์ เราสั่งสอนเรื่องพระคริสต์ เราพยากรณ์ถึงพระคริสต์ และเราเขียนตามคำพยากรณ์ของเราเพื่อลูกหลานของเราจะรู้ได้ว่าเขาจะมองหาแหล่งใดเพื่อการปลดบาปของเขา (๒ นีไฟ ๒๕:๒๖)

ประมาณ ๔๒๐ ปีหลังจากพระเยซูประสูติ พระผู้เป็นเจ้าบัญชาศาสดาท่านสุดท้าย ซึ่งชื่อโมโรไน ให้ซ้อนแผ่นจารึกทองคำไว้ในเนินเขาคาโมรา ในปี ๑๘๒๐ ค.ศ. มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ โจเซฟ สมิธ ที่เห็นพระบิดาบนสวรรค์กับพระเยซูคริสต์ หลังจากนั้นไม่กี่ปีเทพโมโรไน (คนเดียวที่ซ้อนแผ่นจารึกทองคำไว้) ลงมาเยี่ยมโจเซฟ ท่านบอดโจเซฟว่าแผ่นจารึกอยู่ที่เนินเขาคาโมรา หลังจากสี่ปีผ่านมาโจเซฟได้รับบัญชาให้ไปหาแผ่นจารึกทองคำและให้แปลพระคัมภีร์ดล่มนั้นเป็นภาษาอังกฤษโดยอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า ในปี ๑๙๗๖ ค.ศ. พระคัมภีร์มอรมอนถูกแปลเป็นภาษาไทย

เรื่องนี้อาจจะดูเหมือนว่าไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไรโน๊ะ แต่ผมรู้ว่ามันจริงนะ รู้ได้อย่างไรละ เราสามารถถามพระผู้เป็นเจ้าได้นั้นเอง ในบทสุดท้ายของพระคัมภีร์มอรมอนศาสดาโมโรไนสัญญาดังนี้:-

๓. ดูเถิด ข้าพเจ้าจะแนะนำท่านว่าเมื่อท่านจะอ่านเรื่องเหล่านี้ หากเป็นปรีชาญาณในพระผู้เป็นเจ้าที่ท่านจะอ่านมัน ให้ท่านจำไว้ว่าพระเจ้าทรงเมตตาลูกหลานมนุษย์เพียงใดตั้งแต่การสร้างแอดัม แม้ลงมาจนถึงเวลาที่ท่านจะได้รับเรื่องเหล่านี้และไตร่ตรองเรื่องนี้ในใจของท่าน

๔. และเมื่อท่านจะได้รับเรื่องเหล่านี้ ข้าพเจ้าจะแนะนำท่านให้ทูลถามพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาผู้สถิตนิรันดร์ในพระนามของพระคริสต์ หากเรื่องเหล่านี้ไม่จริง และหากท่านจะทูลถามด้วยใจจริง ด้วยเจตนาแท้จริงโดยมีศรัทธาในพระคริสต์ พระองค์จะทรงแสดงความจริงของเรื่องให้ประจักษ์แก่ท่าน - โดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

๕. และโดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ท่านจะรู้ความจริงของทุกเรื่อง (โมโรไน ๑๐:๓-๕)

ผมทำอย่างนี้มาแล้ว (ทูลถามพระเจ้า) และได้รับคำตอบว่าเล่มนี้มาจากพระผู้เป็นเจ้าจริงๆ ท่านรู้ได้ด้วยนะ


Creative Commons
Website and contents under a
Creative Commons License
Web: http://www.blankslate.net/home.php
E-mail: ben.crowder at gmail dot com
Last modified: 2.20.08
Part of Blank Slate Network